การเข ยนข อเสนอโครงการว จ ย โดย ผศ.ดร. พ ระศ กด ฉายประสาท มหาว ทยาล ยนเรศวร ประเภทของข อเสนอโครงการว จ ย 1. แหล งท นก าหนดกรอบการว จ ย 2. แหล งท นไม ก าหนดกรอบการว จ ย 1
ประโยชน ของโครงร างการว จ ย 1. แนวทางการด าเน นการว จ ย 2. การว จ ยไปส เป าหมาย 3. เตร ยมป องก นป ญหาท จะเก ดข น 4. ประมาณการค าใช จ าย เวลา บ คลากร อ ปกรณ 5. ประหย ดเวลา 6. ท าได ครบท กข นตอน 7. เสนอขอร บท นจากแหล งท น (Proposal Bank) ท มาของเร องท จะท าว จ ย การเร ยนการสอนและบร การว ชาการแก ส งคม ป ญหาของเกษตรกร/อ ตสาหกรรม การอ านงานว จ ยของคนอ นๆ งานว จ ย / ว ทยาน พนธ ประช ม/ส มนาว ชาการระด บชาต และนานาชาต จากนโยบาย (หน วยงานร ฐบาล) 2
เร องท ท าว จ ย การประเม นผลโดยรวม ค นหาองค ความร ใหม สอดคล องแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคม/ นโยบายร ฐบาล/นโยบายว จ ย ประเด นใหม /ไม ซ า/ความค ดสร างสรรค ผลกระทบส ง (impact) การประเม นผลโดยรวม ความเหมาะสมของเร องท ท าว จ ย เช งว ชาการ สอดคล องก บสถานการณ ประโยชน และค มค า ความเป นไปได ของการว จ ย หาข อม ลหร อต วอย างไม ยากล าบาก ไม ใช เวลานานเก นไป งบประมาณ 3
สร างจ ดขายและแตกต าง หาว ธ การศ กษาว จ ยท นอกกรอบ ออกแบบการว จ ย แต ละเร องให ม จ ดเด นท แตกต างจากผ อ นหร องาน เด ม สร างกรอบแนวค ดท นสม ยท คาดว าน าจะได ผลผล ต งานว จ ยท เก ดประโยชน น าไปใช ในการเผยแพร และ น าไปใช ได อย างเป นร ปธรรม ท างานอย างละเอ ยด ประณ ตท กข นตอน ผ ม ประสบการณ ผ ทรงค ณว ฒ ให ค าแนะน าและเป น ท ปร กษา ตรวจสอบแนวความค ด การเข ยนข อเสนอการว จ ย ข อเสนอการว จ ย ข อเสนอโครงการว จ ย (Research Project) แบบ ว-1ด ข อเสนอแบบแผนงานว จ ย Research Program 1. แบบ ว-1ช 2. แบบ ว-1ด 4
การเข ยนแบบเสนอโครงการว จ ย (Research Project) ส าน กงานคณะกรรมการว จ ยแห งชาต แบบ ว-1ด แบบเสนอโครงการว จ ย (research project) ประกอบการเสนอของบประมาณ ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2558 ตามมต คณะร ฐมนตร ---------------------------------- ช อโครงการว จ ย (ภาษาไทย)... (ภาษาอ งกฤษ)... ช อแผนงานว จ ย (ภาษาไทย) (กรณ เป นโครงการว จ ยภายใต แผนงานว จ ย)... (ภาษาอ งกฤษ)... อธ บาย : ระบ ช อโครงการว จ ยท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ กรณ เป นโครงการว จ ยภายใต แผนงานว จ ย ให ระบ ช อแผนงานว จ ยท งภาษาไทย และภาษาอ งกฤษ ว ธ เข ยน ช อเร องประกอบด วย ส งท ต องการศ กษา + ป จจ ย + พ นท + (เวลา) เป นส งท บ งบอกถ ง ป ญหาว จ ย (research problem) บ งบอกให ทราบว า ว จ ยเร องอะไร การว จ ยใช เทคโนโลย อะไรในการแก ป ญหา 10 5
ว ธ การเข ยน ส อความหมายได เข าใจว าจะศ กษาส งใดหร อบ งบอกถ งป ญหา ว จ ย ช อโครงการ/แผนงาน ส น กะท ดร ด ช ดเจน และบอกท ศ ทางการว จ ย ต งช อโครงการ/ แผนงานว จ ยท ท าให เห นภาพของการว จ ยท ท า ให ผ อ านเข าใจได เร วในค าส าค ญของข อเสนอโครงการว จ ย ไม ควรระบ ไว กว างขวางใหญ โต จนท าให เข าใจผ ด ไม ควรระบ แคบ เจาะจงเก นไป จนท าให เข าใจผ ด 11 ส วน ก : ล กษณะโครงการว จ ย โครงการว จ ยใหม โครงการว จ ยต อเน องระยะเวลา.ป ป น เป นป ท.. รห ส โครงการว จ ย....... อธ บาย : ระบ โครงการว จ ยเป นโครงการว จ ยใหม หร อเป น โครงการว จ ยต อเน อง (ป ท 2 เป นต นไป) กรณ เป นโครงการว จ ยต อเน อง ต องระบ จ านวนระยะเวลาท ท าการว จ ยท งหมด และป งบประมาณท เสนอขอว าเป นป ท เท าใด พร อมท งระบ รห สโครงการว จ ยด วย 6
I ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บย ทธศาสตร การพ ฒนา ประเทศตามแผนพ ฒนาเศรษฐก จและส งคมแห งชาต ฉบ บท 11 (พ.ศ. 2555-2559) (กร ณาระบ ความสอดคล องเพ ยง 1 ย ทธศาสตร ท ม ความสอดคล องมากท ส ด โดยโปรดด รายละเอ ยดในผนวก 2) ย ทธศาสตร - ระบ ความส าค ญก บเร องท สอดคล องมากท ส ดในย ทธศาสตร น นๆ อธ บาย : ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บ ย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศตามแผนพ ฒนาเศรษฐก จและ ส งคมแห งชาต ฉบ บท 11 (พ.ศ. 2555-2559) ซ งประกอบด วย 5 ย ทธศาสตร โดยระบ ความสอดคล องมากท ส ด เพ ยง 1 ย ทธศาสตร และระบ ความส าค ญก บเร องท สอดคล องมากท ส ด ในย ทธศาสตร น น ๆ) 7
II ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บนโยบายและย ทธศาสตร การว จ ย ของชาต (พ.ศ. 2555-2559) (กร ณาระบ ความสอดคล องเพ ยง 1 ย ทธศาสตร 1 กลย ทธ และ 1 แผนงานว จ ยท ม ความสอดคล องมากท ส ด โดยโปรดด รายละเอ ยดในผนวก) - ย ทธศาสตร การว จ ยท... - กลย ทธ การว จ ยท... - แผนงานว จ ยท. อธ บาย : ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บกล มเร องท ควรว จ ยเร งด วน ตามนโยบายและย ทธศาสตร การว จ ยของชาต (พ.ศ. 2555-2559) โดยระบ กล ม เร องท ม ความสอดคล องมากท ส ดเพ ยง 1 กล มเร อง (ผนวก 3) III ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บกล มเร องท ควรว จ ยเร งด วนตาม นโยบายและย ทธศาสตร การว จ ยของชาต (พ.ศ. 2555-2559) (โปรดด รายละเอ ยดในผนวก) - กล มเร อง. อธ บาย : ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บกล มเร องท ควรว จ ยเร งด วน ตามนโยบายและย ทธศาสตร การว จ ยของชาต (พ.ศ. 2555-2559) โดย ประกอบด วย 13 กล มเร อง โดยระบ กล มเร องท ม ความสอดคล องมากท ส ดเพ ยง 1 กล มเร อง (ผนวก 3) 8
IV ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บนโยบายร ฐบาล (กร ณาระบ ความ สอดคล องเพ ยง 1 ห วข อท ม ความสอดคล องมากท ส ด) (ผนวก) -นโยบายเร งด วนท จะเร มด าเน นการในป แรก : เร อง..... -นโยบายท จะด าเน นการภายในช วงระยะ 3 ป ของร ฐบาล : นโยบาย.... ว ธ เข ยน : ระบ ความสอดคล องของโครงการว จ ยก บนโยบายร ฐบาล (ผนวก 4) ภาคผนวกประกอบการเข ยนข อเสนอโครงการว จ ย ผนวก 1 มต คณะร ฐมนตร เม อว นท 25 กรกฏาคม พ.ศ. 2521 ผนวก 2 ย ทธศาสตร การพ ฒนาประเทศตามแผนพ ฒนาเศรษฐก จและ ส งคมแห งชาต ฉบ บท 11 (พ.ศ. 2555-2559) ผนวก 3 นโยบายและย ทธศาสตร การว จ ยของชาต ฉบ บท 8 (พ.ศ. 2555-2559) ผนวก 4 นโยบายร ฐบาล ผนวก 5 น ยามเก ยวก บการว จ ย ผนวก 6 ต วอย าง รายละเอ ยดงบประมาณการว จ ยของข อเสนอการว จ ย จ าแนกตามประเภทต างๆ (ป งบประมาณท เสนอขอ) 9
ภาคผนวกประกอบการเข ยนข อเสนอโครงการว จ ย ผนวก 7 ต วอย าง ภาพรวมงบประมาณการว จ ยของแผนงานว จ ยท เสนอ ขอในแต ละป ตลอดการว จ ย ผนวก 8 ต วอย าง รายละเอ ยดงบประมาณการว จ ยของแผนงานว จ ย จ าแนกตามประเภทต างๆ ท เสนอขอในแต ละป ตลอดการว จ ย ผนวก 9 ต วอย าง รายละเอ ยดงบประมาณการว จ ย จ าแนกตามประเภท ต างๆ ท เสนอขอในแต ละป (กรณ เป นแผนงานว จ ย โครงการว จ ยท ม ระยะเวลาด าเน นการว จ ยมากกว า 1 ป ) ผนวก 10 จรรยาบรรณน กว จ ย ผนวก 11 จรรยาบรรณใช ส ตว เพ องานทางว ทยาศาสตร สภาว จ ยแห งชาต ภาคผนวกประกอบการเข ยนข อเสนอโครงการว จ ย ผนวก 12 ข อก าหนดส าหร บข อเสนอการว จ ยท ม การใช ส ตว ท เสนอขอ งบประมาณแผ นด น ผ านส าน กงานคณะกรรมการว จ ยแห งชาต ผนวก 13 จร ยธรรมการว จ ยในคน ผนวก 14 ข อก าหนดส าหร บข อเสนอการว จ ยในคน ท เสนอขอ งบประมาณแผ นด น ผ านส าน กงานคณะกรรมการว จ ยแห งชาต ผนวก 15 แนวทางปฏ บ ต เพ อความปลอดภ ยทางช วภาพ ส าหร บการ ด าเน นงานด านเทคโนโลย ช วภาพสม ยใหม หร อพ นธ ว ศวกรรม ผนวก 16 ข อก าหนดส าหร บข อเสนอการว จ ยด านความปลอดภ ยทาง ช วภาพ ท เสนอของบประมาณแผ นด นผ านส าน กงานคณะกรรมการว จ ย แห งชาต 10
ส วน ข : องค ประกอบในการจ ดท าโครงการว จ ย ผ ร บผ ดชอบ 1. (คณะผ ว จ ย บทบาทของน กว จ ยแต ละคนในการท าว จ ย และส ดส วนท ท าการว จ ย (%) และหน วยงาน ประกอบด วย หน วยงานหล กและ หน วยงานสน บสน น อธ บาย: ระบ ช อผ ร บผ ดชอบ หน วยงานหล กและหน วยงานสน บสน นในระด บกล ม/ กอง/ส าน ก/กรม/กระทรวง หร อภาคว ชาคณะ/มหาว ทยาล ย/กระทรวง พร อมท ง สถานท อย หมายเลขโทรศ พท โทรสาร และไปรษณ ย อ เล กทรอน กส (e-mail) พร อม ท งระบ ช อหน วยงานอ นๆท ร วมด าเน นการว จ ย และอธ บายถ งล กษณะและส ดส วน ของงานท แต ละหน วยงานม ส วนร วมด งกล าว (ถ าม ) รวมท งระบ ช อห วหน าโครงการ ว จ ย ท ปร กษาโครงการว จ ย ผ ร วมงานว จ ยท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ บทบาทใน การท าการว จ ย พร อมท งระบ ส ดส วนท ท างานว จ ย (%) ของผ ว จ ยในโครงการว จ ยน แต ละคนด วย 1. ท ปร กษาโครงการว จ ย ช อ สก ล ส ดส วนว จ ย. ภาคว ชา/ฝ าย.. คณะ/ส าน ก. มหาว ทยาล ย/กรม.... ท อย...รห สไปรษณ ย... โทรศ พท...โทรสาร... E-mail address 11
2. ห วหน าโครงการว จ ย ช อ สก ล ส ดส วนว จ ย. ภาคว ชา/ฝ าย.. คณะ/ส าน ก. มหาว ทยาล ย/กรม.... ท อย...รห สไปรษณ ย... โทรศ พท...โทรสาร... E-mail address 3. น กว จ ย ช อ สก ล ส ดส วนว จ ย. ภาคว ชา/ฝ าย.. คณะ/ส าน ก. มหาว ทยาล ย/กรม.... ท อย...รห สไปรษณ ย... โทรศ พท...โทรสาร... E-mail address 12
1. คณะผ ว จ ย บทบาทของน กว จ ยแต ละคนในการท าว จ ยและส ดส วน การท าว จ ย คณะน กว จ ย บทบาท ส ดส วนการท างาน % 1. ศ.... ท ปร กษา - 2... ห วหน าโครงการว จ ย 30 % 3... รองห วหน าโครงการว จ ย 30 % 4... น กว จ ย 20 % 5... น กว จ ย 20 % 4 คน ร วมท าว จ ย 100 % หน วยงานหล กท ร บผ ดชอบงานว จ ยและสถานท ต ง ภาคว ชา / ฝ าย.. คณะ / ส าน ก... มหาว ทยาล ย. / กรม... ท อย...รห สไปรษณ ย... โทรศ พท...โทรสาร.. E-mail address หน วยงานท เข าร วมงานว จ ย (ถ าม ) ภาคว ชา / ฝ าย.. คณะ / ส าน ก... มหาว ทยาล ย. / กรม... ท อย...รห สไปรษณ ย... โทรศ พท...โทรสาร.. E-mail address... 26 13
2. ประเภทการว จ ย อธ บาย : ระบ ประเภทการว จ ย (ผนวก 5) เพ ยง 1 ประเภท ค อ 2.1 การว จ ยพ นฐาน (base research) 2.2 การว จ ยประย กต (applied research) 2.3 การพ ฒนาทดลอง (experimental development) 3. สาขาว ชาการและกล มว ชาการท ท าการว จ ย 3.1 สาขาว ทยาศาสตร กายภาพและคณ ตศาสตร 3.2 สาขาว ทยาศาสตร การแพทย 3.3 สาขาว ทยาศาสตร เคม และเภส ช 3.4 สาขาเกษตรศาสตร และช วว ทยา 3.5 สาขาว ศวกรรมศาสตร และอ ตสาหกรรมว จ ย 3.6 สาขาปร ชญา 3.7 สาขาน ต ศาสตร 3.8 สาขาร ฐศาสตร และร ฐประศาสนศาสตร 3.9 สาขาเศรษฐศาสตร 3.10 สาขาส งคมว ทยา 3.11 สาขาเทคโนโลย สารสนเทศและน เทศศาสตร 3.12 สาขาการศ กษา 14
เอกสารประกอบการบรรยาย "การเข ยนข อเสนอโครงการว จ ยด าน 4. ค าส าค ญ (Keywords) ของโครงการว จ ย อธ บาย: ระบ ค าส าค ญ (keywords) ท ม ความส าค ญ ต อช อเร องหร อเน อหาของเร องท ท าการว จ ยท ง ภาษาไทยและภาษาต างประเทศให ครบถ วน ท งน เพ อประโยชน ในการน าไปใช ในการเล อกหร อ ค นหาเอกสารท ม ช อเร องประเภทเด ยวก นก บเร องท ท าการว จ ยได 5. ความส าค ญและท มาของป ญหาท ท าว จ ย อธ บาย แสดงให เห นถ งความส าค ญท จ าเป นต องท าการว จ ยเร องน หากม สถ ต ต วเลขอ างอ ง ได จะช ดเจนย งข น และการเล อกพ นท ใดท าการว จ ย ควรกล าวถ งความส าค ญของพ นท น นให ช ดเจนด วย ว ธ เข ยน 1. เร องท ศ กษา เป นเร องเก ยวก บอะไร (เสนอทฤษฎ หล กการ แนวค ดท เก ยวข อง)...... 2. ความส าค ญของป ญหา (แสดงข อม ลทางสถ ต, ข อม ลเช งค ณภาพให เห นความส าค ญ)... 3. สถานการณ ท เป นอย ในป จจ บ น (ด, เลว, เหมาะสม, ไม เหมาะสม, เส ยหาย ฯลฯ)... 4. สภาวะท เป นป ญหา (อะไรท ท าให เก ดสภาพการณ น น). 5. ประเด นท จะท าว จ ย (แนวทางท จะแก ไขและท าไมจ งเล อกว ธ น )... 6. ความจ าเป นท ต องร บแก ไข... 15
6. ว ตถ ประสงค ของโครงการว จ ย อธ บาย: ระบ ว ตถ ประสงค ของโครงการว จ ยอย างช ดเจนและ เร ยงตามล าด บความส าค ญเป นข อๆ โดยเช อมโยงก บความส าค ญ และท มาของป ญหาท ท าการว จ ย ไม ควรเข ยนปะปนก บ ประโยชน ท จะได ร บจากการว จ ยและไม ควรเข ยนเหม อน ข นตอนการท าว จ ย การเข ยน เป นส วนท บอกเป าหมาย หร อความต องการของงานว จ ย (ผ ว จ ย) ว า อยากทราบอะไร เพ อใช เป นท ศทางและแนวทางการว จ ย 1. เข ยนให ช ดเจน อ านแล วเข าใจได ว า ต องการทราบอะไร 2. อย ในขอบเขตของป ญหาว จ ยสอดคล องก บช อเร อง 3. ครอบคล มส งส าค ญท ควรแก การศ กษา 4. ท าว จ ยได จร งหร อหาข อม ลได 5. จ ดเร ยงตามล าด บความส าค ญหร อตามข นตอนด าเน นการ 6. อย าเข ยนในร ปของว ธ การด าเน นการ 7. อย าเข ยนว ตถ ประสงค มากเก นไป 8. ว ตถ ประสงค ต องเร มด วยค าว า เพ อ เสมอ 9. ไม น าประโยชน ท คาดว าได ร บมาเข ยน 16
ว ธ การเข ยนว ตถ ประสงค ควรใช ค า - เพ อศ กษา - เพ อว เคราะห หร อส งเคราะห - เพ อเปร ยบเท ยบ - เพ อพ ฒนา - เพ อออกแบบ - เพ อหา - เพ อส ารวจ - เพ ออธ บาย - เพ อหาความส มพ นธ - เพ อท านาย - เพ อประเม น - เพ อตรวจสอบ - เพ อสร าง ไม ควรใช ค าต อไปน - เพ อทราบ - เพ อน า - เพ อใช - เพ อเสนอแนะ - เพ อปร บปร ง การว จ ยคร งน ม ว ตถ ประสงค 6.1 เพ อ...... 6.2 เพ อ...... 6.3 เพ อ...... 6.4 เพ อ...... ฯลฯ (เพ อศ กษา, เพ อพ ฒนา, เพ อว เคราะห, เพ อส งเคราะห, เพ อเปร ยบเท ยบ, เพ อสร าง, เพ อออกแบบ, เพ อหา, เพ อหาความส มพ นธ, เพ อท านาย, เพ อตรวจสอบ ไม ควรใช เพ อทราบ, เพ อท า, เพ อใช, เพ อเสนอแนะ, เพ อปร บปร ง) 17
7. ขอบเขตของโครงการว จ ย อธ บาย: ระบ ขอบเขตของการว จ ยในเช งปร มาณ/ เช งค ณภาพ ท เช อมโยงก บป ญหาท ท าการว จ ยแต ไม สามารถก าหนดโดยตรงในช อโครงการว จ ยและ ว ตถ ประสงค ของโครงการว จ ยได ว ธ เข ยน ขอบเขตด งน 7.1 ขอบเขตของสถานท ท าการว จ ย (place)...... (งานว จ ยน ม สถานท ท าว จ ย สถานท ทดลองท ไหนบ าง) 7.2 ขอบเขตของประชากรท ศ กษา (population)...... (ประชากรท ศ กษาเป นอะไร คน ส ตว พ ช) 7.3 ขอบเขตของเน อหาสาระท ศ กษา (variable)...... (เน อหาสาระของเร องเก ยวก บอะไร) 7.4 ขอบเขตของเวลา (Time)...... (ระยะเวลาท ใช ในการท าว จ ย ก ป ก เด อน) เหต ผลท ก าหนดขอบเขตเช นน เพราะ (เฉพาะประเด นส าค ญ) 18
ครอบคล มท กด านท เก ยวข อง ม ความช ดเจน มองเห นภาพการว จ ยเด นช ดข น 8. ทฤษฎ สมม ต ฐาน(ถ าม )และกรอบแนวความค ดของการว จ ย อธ บาย แสดงทฤษฎ ท เก ยวข อง สมม ต ฐาน (ถ าม ) และกรอบแนวความค ด โดยแสวงหาเหต ผลท น าจะเป นไปได จากทฤษฎ ท เก ยวข องก บเร อง ท ท าการว จ ยแล วน ามาส งเคราะห เป นสมม ต ฐาน (ถ าม และกรอบ แนวความค ดของโครงการว จ ย 19
กรอบแนวความค ดการว จ ย (กรณ การว จ ยทางว ทยาศาสตร ) 1. เสนอในร ปแบบ Model ของการว จ ย น นๆ 2. เสนอในร ปแบบกระบวนการ (process) 3. เสนอในร ปแบบการบรรยายเช งพรรณนา 4. หร อเสนอในร ปแบบผสม หร อ อ นๆ ว ธ เข ยน ทฤษฎ ท เก ยวข อง 1.... 2.... 3.... สมม ต ฐาน (ถ าม ) 1.... 2.... 3.... กรอบแนวค ด 1.... 2.... 3.... 20
สมมต ฐานการว จ ย (ถ าม ) สอดคล องก บว ตถ ประสงค การว จ ย แสดงความส มพ นธ ระหว างต วแปร ก าหนดได จากการศ กษา ค นคว า ทฤษฏ และงานว จ ยท เก ยวข อง สามารถทดสอบได 9. การทบทวนวรรณกรรม / สารสนเทศ (Information) ท เก ยวข อง อธ บาย: ก าหนดป ญหาให ช ดเจนท งในด านการเก ดความร นแรง การกระจาย ต วของป ญหาหร อด านอ นๆ ให เข าถ งข อเท จจร งของป ญหาอย างแท จร ง ด วย การทบทวนเอกสารท เก ยวข อง (reviewed literature) ตรวจสอบสถ ต สอบถาม ความค ดเห นจากบ คคลท เก ยวข องและแสวงหาเหต ผลท น าจะเป นไปได จาก ทฤษฎ /สมม ต ฐานในสาขาว ชาการท เก ยวข อง 21
เอกสารประกอบการบรรยาย "การเข ยนข อเสนอโครงการว จ ยด าน การทบทวนวรรณกรรมท เก ยวข องก บป ญหาว จ ยท จะท าซ งจะน าไปส ว ธ การเข ยน - แนวค ด ทฤษฎ ท ใช ในการศ กษา - แบบแผนการว จ ย - สมม ต ฐานการว จ ย - น ยาม ต วช ว ด ฯลฯ วรรณกรรมท น ามาทบทวนหร ออ างถ งน นต องส มพ นธ ก บงานว จ ยท ก าล ง ด าเน นอย ไม ควรเข ยนรวมถ งท กส งท กอย างท ผ ว จ ยได อ านมา ป จจ บ น ท นสม ย ถ กต อง สามารถสร ปเป นกรอบแนวความค ดได ว ธ การเข ยน ถ าม งานว จ ยท ผ านมาหลายเร องท ศ กษาป ญหาเด ยวก นในแง ม มท คล ายคล งก น อาจน ามาทบทวนรวมก นในย อหน าเด ยวก น เช น นาย ก, นาย ข, นาง ค และ นาย ง ได ศ กษาถ งเร อง...และสร ปผลออกมา เป นกล มมากกว าแยกจากก น ควรเข ยนทบทวนวรรณกรรมท ได ม การศ กษามาอย างด เล อกเฉพาะท เป นจ ดเด นท ทบทวนวรรณกรรมในส วนท เก ยวข องก บเร องท ด าเน นอย เร ยบเร ยงสาระส าค ญเป นข นเป นตอน ต งแต ผลงานว จ ยท มาก อนจนถ ง ป จจ บ น ย งขาดอะไรอย ม จ ดอ อนอะไรบ าง ม ความแตกต างก นอย างไร ควรเข ยนในล กษณะท จะน ามาใช ในการอภ ปรายผลการว จ ยได 22
10. เอกสารอ างอ งของโครงการว จ ย อธ บาย ระบ เอกสารท ใช อ างอ ง (Reference) ของโครงการว จ ยตามระบบสากล เสนอช อเอกสารท ใช ค นคว าและอ างอ ง เสนออย างเป นระบบ เสนอครบถ วนตามอ างอ ง เสนอเร ยงล าด บอ กษร ถ าม ภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ ให แยกเป น 2 ส วน ได แก ภาษาไทย ภาษาอ งกฤษ แนะน าใช EndNote 11. ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ และหน วยงานท จะน าผลการว จ ยไปใช ประโยชน 11.1 ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ (อาจม ข อเด ยว หร อ หลายข อก ได ) (1) แก ไขป ญหาในการด าเน นงานของหน วยงานท ท าการว จ ย (ระบ รายละเอ ยดว า ประโยชน ม อย างไร) (2) เป นองค ความร ในการว จ ยต อไป (ระบ รายละเอ ยดว าประโยชน ม อย างไร) (3) ให บร การความร แก ประชาชน (ระบ รายละเอ ยดว าประโยชน ม อย างไร) (4) ให บร การความร แก ภาคธ รก จ (ระบ รายละเอ ยดว าประโยชน ม อย างไร) (5) น าไปส การผล ตในเช งพาณ ชย (ระบ รายละเอ ยดว าประโยชน ม อย างไร)) (6) เพ มประส ทธ ภาพในการผล ต (ระบ รายละเอ ยดว าประโยชน ม อย างไร) (7) เป นประโยชน ต อประชาชน ((ระบ รายละเอ ยดว าประโยชน ม อย างไร) (8) อ นๆ (ระบ ) 23
11.2 หน วยงานท จะน าผลงานว จ ยไปใช ประโยชน (ระบ ) -ช อหน วยงาน... -ช อหน วยงาน... - ช อหน วยงาน... ค ณค าหร อม ลค าในทางเศรษฐก จท ว ดได ค ณค าและประโยชน ท เพ มข นจากปร มาณและม ลค าในการส งออก (ระบ ) ปร มาณและม ลค าในการน าเข า (ระบ ) ปร มาณและม ลค าท ใช ในประเทศ (ระบ ) โอกาสหร อล ทางใหม ๆของงานว จ ยน น (ระบ ) ปร มาณการใช หล งจากการว จ ยประสบผลส าเร จ (ระบ ) ผลกระทบต อมน ษย และส งแวดล อม (ระบ ) การประหย ดพล งงาน (ระบ ) การจ างงาน (ระบ ) การประหย ดงบประมาณ (ระบ ) ประหย ดการใช ทร พยากร (ระบ ) การเพ มประส ทธ ภาพ (ระบ ) 24
12. แผนการว จ ยการถ ายทอดเทคโนโลย หร อผลการว จ ยส กล มเป าหมาย ว ธ เข ยน แสดงแผนการถ ายทอดเทคโนโลย หร อผลการว จ ยส กล มเป าหมาย หร อ ส งเสร มและสน บสน นการว จ ยและพ ฒนาข นต อไป หร อการบร หารงาน ในหน วยงานท เก ยวข อง โดยระบ กล มเป าหมาย ว ธ การถ ายทอด ระยะเวลา สถานท ฯลฯ ให ช ดเจน และควรเสนอของบประมาณในส วน น ด วย 12. แผนการว จ ยการถ ายทอดเทคโนโลย หร อผลการว จ ยส กล มเป าหมาย ว ธ เข ยน กรณ เป นงานว จ ยพ นฐาน (เป าหมายผ ใช ผลงานว จ ย ค อ น กว ชาการ น กศ กษา) 1. สอนหร อบรรยายเพ อขยายขอบเขตของความร ให แก น กว ชาการ น ส ตน กศ กษา ประชาชนท วไป 2. เผยแพร ผลงานในร ปรายงานว จ ย เอกสารทางว ชาการ วารสาร ส งพ มพ ต ารา ส อ อ เลคทรอน กส ฯลฯ 3. เสนอผลงานในท ประช มทางว ชาการ 4. จ ดฝ กอบรมและส มมนาเพ อให ความร กรณ เป นงานว จ ยประย กต หร อข นพ ฒนา (เป าหมายค อ ผ น าผลงานว จ ยไปใช ประโยชน ) 1. กรณ เป นงานว จ ยท เป นประโยชน ต อสาธารณะ ถ ายทอดเทคโนโลย กล มเป าหมาย เช นเด ยวก บกรณ ท เป นงานว จ ยพ นฐาน ข อ 1-4 2. กรณ เป นงานว จ ยท เป นประโยชน ในเช งพาณ ชย ให ระบ กล มภาคเอกชนท จะน าไปใช ประโยชน ได 25
ว ธ การถ ายทอด เทคโนโลย - เสนอผลงาน ทางว ชาการ -จ ดอบรม - ท าแปลงสาธ ต กล มเป าหมาย ระยะเวลา สถานท - น กว ชาการและ ผ สนใจท วไป - เกษตรกร - เกษตรกร - เม อเสร จส นการ ทดลองแล วก อน ส นส ดโครงการ - การประช ม ว ชาการท เก ยวข อง - ต พ มพ ในวาร สารว ชาการ - แปลงทดลอง มหาว ทยาล ย น กว จ ยสามารถเสนองบประมาณค าใช จ าย ในการถ ายทอดเทคโนโลย ไว ในโครงการได 13. ว ธ ด าเน นการว จ ย และสถานท ท าการทดลอง/เก บข อม ล อธ บาย: อธ บายข นตอนว ธ การท าการว จ ย อาท การเก บข อม ล การก าหนดพ นท ประชากรต วอย างการส มต วอย าง ข นตอนแล ว ธ การในการว เคราะห ข อม ล ฯลฯ รวมท งระบ สถานท ท จะใช เป นท ท าการว จ ย/เก บข อม ลให ครบถ วนและช ดเจน เพ อ ประโยชน ในการเสนอของบประมาณ 26
เป นส วนส าค ญท เสนอแนวค ดว ธ การ หร อย ทธว ธ (strategy) ในการ ด าเน นการเพ อตอบป ญหาท ต องท าการว จ ยอ นจะช ให เห นถ งค ณภาพ การว จ ยหร อความเท ยงตรงของการว จ ย ว ธ การเข ยน อธ บายข นตอนการว จ ยให ช ดเจนในแต ละว ตถ ประสงค เล อกว ธ การท เหมาะสม (ออกแบบการทดลอง) ว ธ การว ดและทดสอบท เหมาะสมแต ละข นตอน ความเหมาะสมและค ณภาพของเคร องม อท ใช การว เคราะห ข อม ล (สถ ต ท เหมาะสม) 14. ระยะเวลาท าการว จ ย และแผนการด าเน นงานตลอดโครงการ อธ บาย: ระบ ระยะเวลาท ท าการว จ ย ต งแต เร มต นถ งส นส ดโครงการว จ ย โดยระบ เด อนป ท เร มต น ถ งเด อนป ท ส นส ดการว จ ย โดยระบ ด วยว าป ท เสนอขอเป นป ท เท าใด ของโครงการว จ ยน รวมท งระบ ข นตอนและระยะเวลาของแผนการด าเน นงาน (Gantt chart) โดยละเอ ยดภายในป งบประมาณ (1 ต ลาคมของป น น 30 ก นยายน ของป ถ ดไป ในกรณ ท เป นโครงการว จ ยท เสนอของบประมาณเพ อท าการว จ ย มากกว า 1 ป ให แจ งแผนการด าเน นงานในป ต อๆไปโดยส งเขปด วย 27
ระยะเวลาท าว จ ย เหมาะสม แผนการด าเน นงาน ครอบคล มท กก จกรรม เหมาะสมก บเวลา ระยะเวลาท าการว จ ย -ท าการว จ ย 1 ป ต งแต เด อน...พศ...ถ งเด อนพ.ศ... -แผนการด าเน นงานตลอดโครงการว จ ย (เข ยน gantt chart) 28
15. ป จจ ยท เอ อต อการว จ ย (อ ปกรณ การว จ ย โครงสร างพ นฐาน ฯลฯ) ระบ เฉพาะป จจ ยท ต องการเพ มเต ม อธ บาย: ระบ รายละเอ ยดค ณล กษณะและความจ าเป น ของอ ปกรณ ท เป นป จจ ยท เอ อต อการว จ ย (อ ปกรณ การ ว จ ย โครงสร างพ นฐาน ฯลฯ) ท ต องการเพ มเต ม รวมท ง อ ปกรณ ท ต องขอเช า หร อขอย มจากหน วยงานอ นเพ อ การว จ ยน ว ธ เข ยน 15. ป จจ ยท เอ อต อการว จ ย (อ ปกรณ การว จ ย โครงสร างพ นฐาน) 15.1 ท ม อย แล ว (ระบ ) 1).. 2).. 3).. 15.2 ท ต องการเพ มเต ม (ระบ ) 1).. 2).. 3).. 29
16. งบประมาณของโครงการว จ ย 1. รายละเอ ยดงบประมาณการว จ ย จ าแนกตามงบประเภทต างๆ [ป งบประมาณท เสนอขอ (ผนวก 5)] 2. รายละเอ ยดงบประมาณการว จ ย จ าแนกตามงบประเภทต างๆ ท เสนอขอในแต ละป [กรณ เป นโครงการว จ ยต อเน อง (ผนวก 9)] 3. งบประมาณการว จ ยท ได ร บจ ดสรรในแต ละป ท ผ านมา (กรณ เป นโครงการว จ ยต อเน องท ได ร บอน ม ต ให ท าการว จ ยแล ว) ว ธ เข ยน : ระบ งบประมาณของโครงการว จ ย 16.1 แสดงรายละเอ ยดงบประมาณการว จ ยเฉพาะป ท เสนอขอโดยจ าแนกตามงบ ประเภทต างๆ ให ช ดเจน 16.2 กรณ ท เป นโครงการว จ ยต อเน อง โปรดระบ รายละเอ ยดงบประมาณการว จ ย ท จะเสนอขอในป ต อๆไป แต ละป ตลอดการว จ ย โดยจ าแนกตามงบประเภท ต างๆ ให ช ดเจน 16.3 กรณ เป นโครงการว จ ยต อเน องท ได ร บอน ม ต ให ท าการว จ ยแล ว ให ระบ งบประมาณท ได ร บการจ ดสรรในแต ละป ท กป ท ผ านมา 30
ระบ งบประมาณของโครงการว จ ย รายการ ป ท 1 ป ท 2 1. งบบ คลากร. 1.1 ค าจ างช วคราว... 1) ค าจ างช วคราวผ ช วยน กว จ ย... 2) ค าจ างเจ าหน าท ธ รการ... 2. งบด าเน นการ (ค าตอบแทน ใช สอย และว สด )... 2.1 ค าตอบแทน... 1) ค าตอบแทนท ปร กษาโครงการว จ ย. 2) ค าตอบแทนคณะน กว จ ย. 3) ค าตอบแทนในการเก บข อม ล... 4) ค าตอบแทนเจ าหน าท พ มพ ด ด ธ รการ พน กงานข บรถ... 5) ค าตอบแทนการว เคราะห ข อม ล... 2.2 ใช สอย 1) ค าเบ ยเล ยงท พ ก น กว จ ย และผ ช วยน กว จ ย... 2) ค าพาหนะเด นทางเหมาจ าย... 3) ค าใช จ ายในการส มมนา ฝ กอบรม... 4) ค าจ างเหมาบร การ... 5) ค าใช สอยอ นๆ. 2.3 ค าว สด 1) ค าว สด ส าน กงาน... 2) ค าหน งส อ วารสารต ารา.. 3) ค าว สด คอมพ วเตอร... 4) ค าว สด ไฟฟ า... 2.4 ค าสาธารณ ปโภค. 1) ค าไฟฟ า ประปา โทรศ พท ไปรษณ ย ค าบร การส อสารและโทรคมนาคม... 3. งบลงท น... 3.1 ค าคร ภ ณฑ... รวมงบประมาณค าใช จ าย ระบ งบประมาณของโครงการว จ ย (ป ท เสนอขอ) รายการ 1. งบบ คลากร 1.1 ค าจ างช วคราว (1) ค าจ างช วคราวผ ช วยน กว จ ยว ฒ ปร ญญาตร 1 คน ๆ ละ 8,000 บาท ระยะเวลา 12 เด อน ๆ ละ 8,000 บาท (2) ค าจ างเจ าหน าท ธ รการ 1 คน 12 เด อนๆ 6,000 บาท 2. งบด าเน นการ (ค าตอบแทน ใช สอย และว สด ) 2.1 ค าตอบแทน (1) ค าตอบแทนท ปร กษาโครงการว จ ย 1 คน เด อนละ 10,000 บาท 6 เด อน (2) ค าตอบแทนคณะน กว จ ย 5 คน ๆละ 5,000 บาท 12 เด อน (3) ค าตอบแทนในการเก บข อม ล โดยใช แบบสอบถาม จ านวน 500 ต วอย าง ใช น ส ตปร ญญาตร 10 คน ใช เวลาเก บประมาณ 20 ว นๆละ 300 บาท ต อคน (4) ค าตอบแทนเจ าหน าท พ มพ ด ด ธ รการ พน กงานข บรถ จ านวน 3 คนๆละ 200 บาท ต อว น รวม 90 ว น (5) ค าตอบแทนการว เคราะห ข อม ล จ านวนเง น (บาท) 168,000 168,000 96,000 72,000 832,400 524,000 60,000 300,000 60,000 54,000 50,000 31
รายการ จ านวนเง น (บาท) 2.2 ใช สอย (1) ค าเบ ยเล ยงท พ ก น กว จ ย และผ ช วยน กว จ ย จ านวน 7 คนๆละ (800+210= 1,010 บาท ต อว น) รวม 20 ว น (2) ค าพาหนะเด นทางเหมาจ ายว นละ 2,000 บาท รวม 20 ว น (3) ค าใช จ ายในการส มมนา ฝ กอบรม (4) ค าจ างเหมาบร การ (5) ค าใช สอยอ นๆ 2.3 ค าว สด (1) ค าว สด ส าน กงาน (2) ค าหน งส อ วารสารต ารา (3) ค าว สด คอมพ วเตอร (4) ค าว สด ไฟฟ า 2.4 ค าสาธารณ ปโภค (1) ค าไฟฟ า ประปา โทรศ พท ไปรษณ ย ค าบร การส อสารและโทรคมนาคม 3. งบลงท น 3.1 ค าคร ภ ณฑ (ระบ ) 286,400 141,400 40,000 80,000 20,000 5,000 22,000 10,000 5,000 5,000 2,000 10,000 10,000 10,000 10,000 รวมงบประมาณค าใช จ าย 1,020,400 17. ผลส าเร จของการว จ ยท คาดว าจะได ร บในแต ละป ว ตถ ประสงค ของการว จ ย ข อ 1 เพ อ.......... ข อ 2 เพ อ............ ข อ 3 เพ อ............ ผลส าเร จ (Output) P I G ป ท 1 ป ท 2 1.1 จะได...... 1.2 จะได...... 2.1 จะได............ 3.1 จะได............ 1.1 จะได...... 1.2 จะได...... 2.1 จะได............ 3.1 จะได............ P I I I I G P = ผลส าเร จเบ องต น (preliminary result), I = ผลส าเร จก งกลาง (intermediate result) G = ผลส าเร จตามเป าประสงค (goal result) 32
ม ลค าหร อค ณค าของผลล พธ (outcome) ท คาดว าจะได ร บจากผลงานว จ ยน ม ลค า (แสดงต วเลขข อม ลสถ ต )...... ค ณค า...... ผลกระทบ (impact) ท คาดว าจะได ร บจากผลงานว จ ยน (แสดงต วเลขข อม ลทางสถ ต ท เป นไปได ) ผลกระทบทางเศรษฐก จ...... ผลกระทบทางส งคม..... ผลกระทบทางเทคโนโลย...... ผลกระทบทางด านอ น...... (output = ส งท ได จากการว จ ย, outcome = ประโยชน ท ได จาก output, impact = ประโยชน ท ได จาก outcome) 18. กรณ โครงการว จ ยต อเน องป ท 2 ข นไป 18.1 ห วหน าโครงการว จ ยต องร บรองว าโครงการว จ ยได ร บการจ ดสรรงบประมาณในป งบประมาณท ผ านมาจร ง โดยระบ เป น ข อความ พร อมลายม อช อก าก บอย างช ดเจน 18.2 ถ าโครงการว จ ยน อย ในระหว างการเสนอของบประมาณการว จ ยจากแหล งเง นท นอ น ให ระบ ช อแหล งท นและงบประมาณท เสนอขอด วย หากเป นการว จ ยต อยอดจากการว จ ยอ นให ระบ ช อโครงการว จ ยด งกล าวด วย 18.3 ต องรายงานความก าวหน าของโครงการว จ ยตาม แบบ ต-1ด 19. ค าช แจงอ นๆ ควรม การแสดงเอกสาร หล กฐาน ค าร บรอง ค าย นยอม อาท โครงการพระราชด าร จร ยธรรม การว จ ยใน มน ษย จรรยาบรรณการใช ส ตว ฯลฯ หร อรายละเอ ยดอ นท จะเป นประโยชน และช ให เห นถ งค ณค าของโครงการว จ ยมากย งข น 20. ลงช อห วหน าโครงการว จ ย (ลายเซ น) (...) ห วหน าโครงการว จ ย ว นท...เด อน...ป... 33
ส วน ค :ประว ต คณะผ ว จ ย (ระบ ประว ต ท กคน) 1. ช อ - นามสก ล (ภาษาไทย) นาย นาง นางสาว ยศ ช อ - นามสก ล (ภาษาอ งกฤษ) Mr, Mrs, Miss, Rank 2. เลขหมายบ ตรประจ าต วประชาชน 3. ต าแหน งป จจ บ น 4. หน วยงานและสถานท อย ท ต ดต อได สะดวก พร อมหมายเลขโทรศ พท โทรสาร และไปรษณ ย อ เล กทรอน กส (e-mail) 5. ประว ต การศ กษา 6. สาขาว ชาการท ม ความช านาญพ เศษ (แตกต างจากว ฒ การศ กษา) ระบ สาขาว ชาการ 7. ประสบการณ ท เก ยวข องก บการบร หารงานว จ ยท งภายในและภายนอกประเทศ โดยระบ สถานภาพในการ ท าการว จ ยว าเป นผ อ านวยการแผนงานว จ ย ห วหน าโครงการว จ ย หร อผ ร วมว จ ยในแต ละข อเสนอการว จ ย 7.1 ผ อ านวยการแผนงานว จ ย : ช อแผนงานว จ ย 7.2 ห วหน าโครงการว จ ย : ช อโครงการว จ ย 7.3 งานว จ ยท ท าเสร จแล ว : ช อผลงานว จ ย ป ท พ มพ การเผยแพร และแหล งท น (อาจมากกว า 1 เร อง) 7.4 งานว จ ยท ก าล งท า : ช อข อเสนอการว จ ย แหล งท น และสถานภาพในการท าว จ ย ว าได ท าการว จ ยล ล วงแล วประมาณร อยละเท าใด หมายเหต : 1. กรณ ท หน วยงานม ได ท าการว จ ยเองแต ใช ว ธ จ ดจ างกร ณาใช แบบ ว-1ด โดย ระบ รายละเอ ยดตามแบบฟอร มท ก าหนดไว ให มากท ส ดพร อมท งแนบ ข อก าหนด (terms of reference-tor) ด วย 2. กรณ เป นโครงการว จ ยต อเน องท ได ร บการจ ดสรรงบประมาณใน ป งบประมาณท ผ านมา และน กว จ ยม ความประสงค จะเสนอของบประมาณ การว จ ยในป งบประมาณต อไป ต องจ ดท าโครงการว จ ยประกอบการเสนอขอ งบประมาณด วย 3. ระบ ข อม ลโดยละเอ ยดในแต ละห วข ออย างถ กต องและครบถ วนสมบ รณ เพ อ ประโยชน ในการประเม นผล 4. กรณ โครงการว จ ยท ม การใช ส ตว ให ปฏ บ ต ตามจรรยาบรรณการใช ส ตว เพ อ งานทางว ทยาศาสตร สภาว จ ยแห งชาต (ผนวก 10) และจ ดท าเอกสารแนบ ตามแบบฟอร มใบร บรองในผนวก 11 จ านวน 1 ช ด 34